ผีน้อย

หลังจากวิกฤษโควิด ได้เริ่มเบาลง การลักลอบเข้าเกาหลีโดย “ผีน้อย” ก็กลับมา

มีผู้หญิงไทยรายหนึ่ง ได้โพสต์ข้อความผ่าน สื่อสังคมออนไลน์ Facebook กลุ่มหางาน ภาคเกษตร ในเกาหลีใต้ โดยใจความมีดังนี้ ว่า “ไปเกาหลีช่วงไหนผ่าน ตม. ง่ายที่สุด” ซึ่งถ้าว่ากันตามจริง ข้อความเหล่านี้นั้น หาได้ไม่ยากเลย บนเฟสบุ๊คประเทศไทย และเมื่อเราค้นหาคำว่า “หางานเกาหลี” ผลการค้นหา ก็จะปรากฏขึ้นมา คำถามถึงวิธีการเข้าเกาหลี ว่าทำอย่างไรให้ผ่านด่าน ตม.

หรือจะเป็นวิธีการ ลงทะเบียนระบบอิเล็กทรอนิกส์ สำหรับอนุมัติการเดินทางเข้าเกาหลีใต้ สำหรับผู้ถือหนังสือเดินทาง ประเทศที่มีความตกลงยกเว้นวีซ่า (K-ETA) ยังไงให้ผ่าน ก็จะปรากฏการค้นหาเกี่ยวกับการประกาศหาแรงงานชาวไทย ไปทำงานต่างๆ จำนวณมาก ขึ้นมาให้เราได้เห็น กันแบบไม่หวาดไม่ไหว เลยทีเดียว

ผีน้อย

หลังสถานการณ์ระบาดของโรคโควิด-19 ดีขึ้น

หลายๆ ประเทศกลับมาเปิดรับผู้คนเข้าประเทศทั้งเที่ยวและทำงาน รวมถึงเกาหลีใต้ ที่เพิ่งเปิดประเทศเมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา แต่ต้องกรอกข้อมูลเข้าประเทศผ่านระบบ K-ETA แต่สำหรับที่เกาะเชจู หนึ่งในจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวในเกาหลีใต้ ได้เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าเมือง โดยไม่ต้องขอตรวจลงตราวีซ่าล่วงหน้า เมื่อเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา

ด้วยเหตุนี้ แน่นอนว่าเกาะเชจูจึงเป็นปลายทางของคนไทยที่ต้องการเข้าไปทำงานในเกาหลี ข่าวคนไทยถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าเมืองที่ด่าน ตม. เกาะเชจู ในเดือน ส.ค. 2565 กลับมามีจำนวนมากอีกครั้ง สำนักงานแรงงานไทย ณ กรุงโซล ให้ข้อมูลกับบีบีซีไทยว่า

ในช่วงระหว่างวันที่ 2-22 ส.ค. ที่ผ่านมา มีคนไทย 1,504 คน เดินทางมายังเกาะเชจู แต่ในจำนวนนี้ มีผู้ที่ถูกปฏิเสธการเดินทางเข้าเกาะเชจูถึง 855 คน หรือเกินกว่าครึ่งหนึ่งของคนไทยที่บินไป ตัวเลขที่น่าสนใจคือ ในผู้ที่ได้รับการอนุมัติให้เดินทางเข้าเกาะเชจู 649 คน มีจำนวน 101 คน ที่หลบหนีออกนอกเส้นทาง หรือที่เรียกกันว่า “โดดทัวร์”

การใช้แรงงานเพื่อแลกกับรายได้ที่สูง กว่าเมืองไทยหลายเท่าตัว ยังคงดึงดูดให้คนไทย พาตัวเองไปเสี่ยงลักลอบเข้าไป เป็นแรงงานผิดกฎหมายในเกาหลีใต้หรือ “ผีน้อย” ในช่วงที่เกาหลีใต้กลับมาเปิดประเทศหลังโควิดอีกครั้ง ฝ่ายกงสุล สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโซล ระบุว่า ในเกาหลีใต้มีคนไทยที่พำนักแบบผิดกฎหมายอยู่ 139,245 คน

ขณะที่คนไทย ที่พำนักอย่างถูกกฎหมายมี 42,538 คน ในจำนวนนี้เป็นแรงงานถูกกฎหมายตามระบบการจ้างแรงงานต่างชาติ (Employment Permit System: EPS) ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยและเกาหลีใต้ ทั้งสิ้น 17,033 คน และกลุ่มที่ขอวีซ่าทำงานระยะสั้น (วีซ่า C-4) อีกกว่า 23,400 คน พวกเขามีความหวังอะไร ที่ต้องไปด้วยวิธีการเช่นนี้ ทั้งที่หลายราย ก็โดนหลอกสูญเงินหลายหมื่นบาท หลายรายเสี่ยงเอาดาบหน้าลุ้นให้ผ่าน ตม. เข้าไป เพื่อหวังว่าจะได้ทำงานแลกรายได้ที่ดีกว่าในประเทศบ้านเกิด“สาว” (ขอสงวนชื่อจริง) หญิงวัย 38 ปี ชาวนาและเกษตรกรผู้เลี้ยงหมูจาก จ.พิจิตร เป็นผู้หนึ่งที่ติด ตม. เกาหลีเมื่อเดือน ส.ค. เธอคือหนึ่งในผู้ที่ต้องการไปเกาหลีเพื่อแสวงหางานที่มีรายได้ดีกว่า

แต่จะพิจารณาจาก “หน้างาน” โดยดูจากผู้ซื้อทัวร์ และหนังสือเดินทาง ผู้ที่ไม่มีประวัติเดินทางบนหน้าพาสปอร์ตเลยจะมีความเสี่ยง

“ถ้าเป็นช่วงนี้ก็เก็บ ส่วนใหญ่จะเป็นโซนต่างจังหวัด ภาคอีสาน แต่ว่าถ้าดูแล้ว ลูกค้ามีเอกสาร การงานชัดเจน เราก็ไม่เก็บ” นอกจากนี้ตามปกติผู้นำทัวร์หรือไกด์จะไม่เซ็นรับรองให้ลูกทัวร์อยู่แล้ว “ถ้าเซ็นแล้วลูกค้าโดด (ทัวร์) ไกด์ก็ติดแบล็กลิสต์ทำงานไม่ได้ เราไม่สามารถทราบได้เลยว่าลูกค้าจะไปเที่ยวแล้วกลับมา”

ระลอกใหม่ของแรงงานไทยลักลอบเข้าเกาหลี สถานการณ์แรงงานไทยลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายในเดือน ส.ค. ที่มีจำนวนมากกว่าช่วง 2-3 เดือนก่อนหน้านี้ เป็นเพราะว่า เกาหลีใต้เพิ่งจะกลับมาเปิดให้นักท่องเที่ยวไทยเดินทางท่องเที่ยวที่เกาะเชจูได้ โดยไม่ต้องใช้วีซ่าและไม่ต้องสมัคร K-ETA ฝ่ายกงสุล สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโซล ระบุกับบีบีซีไทย ว่า นี่จึงเป็นเหตุให้ในเดือน ส.ค. 2565 มีคนไทยเดินทางเข้ามาเกาะเชจูจำนวนมากและถูกปฏิเสธเข้าเมืองจำนวนมากตามไปด้วย “ตม. สัมภาษณ์คนไทยรายบุคคลแล้วพบว่า คนไทยเหล่านี้มีแนวโน้มที่จะไม่ได้เดินทางเข้าเกาหลีใต้เพื่อจุดประสงค์การท่องเที่ยว แต่อาจลักลอบทำงานอย่างผิดกฎหมาย หรือมีประวัติที่มีญาติพำนักในเกาหลีใต้อย่างผิดกฎหมาย ถูก ตม. เกาะเชจูปฏิเสธไม่ให้เดินทางผ่านเข้าเกาะเชจู” ฝ่ายกงสุล สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโซล ระบุ

ข้อมูลจากเอกสาร ตม.เกาหลีใต้ ระบุว่า จากจำนวนคนที่ถูกปฏิเสธจากตม. เกาะเชจู 855 คน เป็นผู้ที่มีประวัติไม่ได้รับการอนุมัติในการลง K-ETA จำนวน 749 คน นุชระบุด้วยว่า เมื่อให้ผู้เสียหายแต่ละคน แจกแจงค่าเสียหายจากทัวร์หลังจากกลับถึงไทยแล้ว ทำให้พบว่าแต่ละคนจ่ายเงินไปมากน้อยแตกต่างกัน ตั้งแต่ 80,000 บาท จนถึงหลักแสน

ขอบคุณแหล่งที่มา : bbc.com

สามารถอัพเดตข่าวสารเรื่องราวต่างๆได้ที่ : camplams.com